วัยที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- วัยเริ่มสร้างครอบครัว
- วัยเริ่มการงานมั่นคง

หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



เงินของสามี ก็เหมือนเงินของภริยา

เงินของสามี ก็เหมือนเงินของภริยา

     เงินของสามี ก็เหมือนเงินของภริยา แล้วภาษีล่ะ คิดแบบนี้ได้หรือเปล่า

     ใกล้ถึงเทศกาลแห่งความรักแล้ว ผมและทีมงานโครงการ KK ฉลาดบริหารเงิน ขอให้ทุกท่านมีความรักที่ดีกันถ้วนหน้านะครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่มีครอบครัวแล้ว การประหยัดภาษีอาจทำให้ชีวิตคู่ของคุณมีเงินเหลือเพิ่มขึ้นสำหรับนำไปใช้ทำกิจกรรมดีๆ เพิ่มความสุขให้แก่กันได้นะครับ

     ครั้งนี้ ผลขอนำเสนอทางเลือกในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคู่สมรสตามหลักเกณฑ์ใหม่ของกรมสรรพากรที่ให้สามี ภริยา สามารถเลือกยื่นภาษีเงินได้หลักๆ 5 แบบ คือ
           1. สามี และ ภริยา ต่างคนต่างยื่นเงินได้ของตนเอง
           2. สามี เอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามภริยา
           3. ภริยา เอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามภริยา
           4. สามี เอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามภริยา ยกเว้นเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ซึ่งหมายถึงเงินได้จากการจ้างแรงงาน
           5. ภริยาเอาเงินได้ทุกรายการไปยื่นภาษีในนามสามี ยกเว้นเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (1)

     การแยกยื่นภาษีทุกรายการตามวิธีที่ 1 เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะการยื่นรวมกันมีข้อเสียเปรียบกว่าการแยกกันยื่น ดังนี้
           • คู่สมรสคนที่ไปยื่นรวม ตัวอย่างเช่น ภริยายื่นรวมในนามสามี ภริยาจะเสียสิทธิยกเว้นเงินได้ 150,000 บาทแรก แต่ถ้าแยกยื่น จะได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้ 150,000 บาทแรกทั้งคู่
           • กรณียื่นรวม เงินได้ของคู่สมรสคนที่ไปยื่นรวมจะเสียภาษีในฐานสูงสุดต่อจากคนหลัก เช่น ภริยายื่นรวมในนามสามี ฐานภาษีสูงสุดของสามีอยู่ที่ 30% เงินได้ของภริยาก็จะนับต่อยอดเงินได้สามีเสียภาษีในฐาน 30% เช่นกัน
           • การยื่นรวม และการแยกยื่นเฉพาะเงินได้มาตรา 40 (1) ถ้ามีภาษีค้างชำระ ทั้งสามี ภริยา ต้องร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้น และกรมสรรพากรสามารถยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของทั้งสามี ภริยา ได้ ส่วนการแยกยื่น 100% การรับผิดกรณีมีภาษีค้างชำระเป็นของใครของมัน

      นอกจากนี้ การจัดสรรเงินได้ระหว่างสามี ภริยา ก็เป็นวิธีการวางแผนภาษีที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เพราะหากคู่สมรสนำเงินได้ทั้งหมดมารวมเป็นของสามี หรือ ภริยา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะเสียเปรียบกว่าการกระจายรายไว้กับทั้งสองฝ่าย เพราะ
           • อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นอัตราก้าวหน้า เมื่อเงินได้รวมอยู่ที่คนใดคนหนึ่ง ฐานเงินได้สุทธิจะตกอยู่ในฐานภาษีที่สูงกว่าการแยกกันยื่นภาษี
           • สามี หรือ ภริยา ที่ไม่มีเงินได้เลย จะเสียประโยชน์ของค่าลดหย่อนบางประการ เช่น
                o ผู้ที่ไม่มีเงินได้จะได้รับลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเพียง 10,000 บาทแทนที่จะเป็น 100,000 บาท
                o สามีหรือภริยาฝ่ายที่มีเงินได้เท่านั้นที่ซื้อ RMF หรือ LTF เพื่อลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่ไม่มีเงินได้ซื้อ RMF หรือ LTF ไม่ได้
                o การหักลดหย่อนบุตร สามีหรือภริยาฝ่ายที่มีเงินได้เท่านั้นที่หักลดหย่อนบุตรได้ 15,000 บาท และการศึกษาบุตร 2,000 บาทได้ ผู้ที่ไม่มีเงินได้หักลดหย่อนบุตรไม่ได้
                o การหักลดหย่อนสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมซื้อบ้าน ถ้าสามี หรือ ภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว แม้ต่างคนต่างกู้ สามีหรือภริยาฝ่ายที่มีเงินได้เท่านั้นสามารถหักลดหย่อนสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมซื้อบ้านในส่วนของตนเองได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท

สรุปหลักการวางแผนภาษีสามี ภริยา คือ
     1. แยกยื่นภาษีทุกรายการ ดีที่สุด
     2. กระจายเงินได้ให้ทั้งสามี ภริยาเป็นผู้มีเงินได้ทั้งคู่
     3. กรณีกู้ยืมซื้อบ้าน ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเกิน 100,000 บาท ต่างคนต่างกู้จะได้ประโยชน์สูงสุด แต่ถ้าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่เกิน 100,000 บาท ให้สามี หรือ ภริยา ผู้ที่มีเงินได้ในฐานภาษีที่สูงกว่าเป็นผู้กู้จะได้ลดหย่อนภาษีมากกว่า

     เพื่อนๆ อาจสงสัยว่าในเมื่อการยื่นภาษีแยกกันระหว่างคู่สมรสมีข้อดีมากกว่า แล้วทำไมจึงมีบางรายเลือกที่จะยื่นภาษีรวมกัน ผมขอตอบง่ายๆ ว่า รายที่ยื่นภาษีรวมกันนั้นส่วนใหญ่คุ้นเคยกับกฎหมายภาษีฉบับเก่าซึ่งบังคับให้ภรรยาที่มีเงินได้ที่ไม่ใช่เงินได้ตามมาตรา 40(1) ต้องยื่นภาษีในนามสามี และยังไม่ได้ศึกษาผลดีของการแยกกันยื่น ซึ่งต่างกับพวกเรานะครับที่ทราบแล้วว่าการแยกกันยื่นภาษีช่วยเราประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียว

     หากเพื่อนๆ มีคำถามว่า แล้วควรจะกระจายเงินได้ระหว่างคู่สมรสอย่างไร สามารถปรึกษากูรูของเราได้ หรือส่งข้อมูลของเพื่อนๆ มาให้ผมช่วยวางแผนให้ได้ที่ LotusNotes: CSR Kiatnakin นะครับ ข้อมูลของทุกท่านจะถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดครับ 

     การวางแผนภาษีจำเป็นต้องทำตั้งแต่ต้นปี เพื่อจะได้จัดสรรเงินได้ได้ถูกต้องเหมาะสม อย่ารอจนถึงปลายปี แล้วค่อยมาวางแผน อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์





back


Tag :
  • ยื่นภาษี
  • วางแผน
  • จัดสรรเงิน
  • ประโยชน์
  • ยอดเงิน
  • ยกเว้นภาษี