วัยที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- วัยเริ่มเกษียณ

หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- ที่อยู่อาศัย

สาระน่ารู้



การปรับปรุงบ้านเพื่อผู้สูงอายุ #2

การปรับปรุงบ้านเพื่อผู้สูงอายุ #2

ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ และสาธารณสุข ประกอบกับการที่ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจกับเรื่องสุขภาพและโภชนาการมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น สรีระร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนไป ทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะมีอัตราการเตี้ยลงประมาณ 1.2 ซม. เมื่ออายุเพิ่มขึ้น 20 ปี หรือเฉลี่ยความสูงจะลดลง 2 นิ้วในช่วงอายุ 20-70 ปี และจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 80-90 ปี ขณะที่น้ำหนักตัวของผู้สูงอายุนั้นจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และจะคงที่ระหว่างอายุ 65-74 ปี ต่อจากนั้นน้ำหนักจะลดลง

หมอนรองกระดูกสันหลังของผู้สูงอายุจะบางลง ช่องว่างระหว่างปล้องของกระดูกสันหลังแคบลง กระดูกสันหลังสั้นลงทำให้หลังงอ ศีรษะจะเงยขึ้นไปทางหลัง คอสั้น รวมทั้งในส่วนของสายตาก็เสื่อมถอย มีปัญหาสายตายาว ต้อกระจก ทำให้มองไม่ชัด ทั้งยังปรับมองตามระดับแสงได้ช้า การได้ยินของประสาทหูเริ่มไม่ชัดเจน

จากเดิมที่เคยเดินก้าวยาวๆ ได้ ผู้สูงอายุก็จะก้าวสั้นๆ และช้าลงแทน ช่วงเวลาที่เท้าทั้งสองข้างแตะพื้นพร้อม ๆ กันในขณะเดินนานขึ้น เท้ากางออกจากกันมากกว่าปกติ หลังงอและตัวเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย แขนกางออกและแกว่งน้อย เวลาหมุนตัวเลี้ยวลำตัวจะแข็งและมีการบิดของเอวน้อย

รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าหน่วยวิจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำหลักเกณฑ์การปรับปรุงบ้าน 4 ประการ เพื่อผู้สูงอายุ

1. ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย ผู้สูงอายุมักเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มบริเวณห้องน้ำและบันไดเป็นประจำ ต้องปรับปรุงให้พื้นเรียบเสมอกัน โถส้วมให้เปลี่ยนจากนั่งยองเป็นนั่งราบ พร้อมมีราวจับ เพื่อป้องกันการลื่นไถล และใช้พยุงเวลาลุก สำหรับบันไดก็ให้มีราวจับ ลูกนอนเพิ่มความกว้างจาก 25 ซม. เป็น 30 ซม. ส่วนลูกให้ลดความสูงจาก 18 ซม. เหลือ 15 ซม.

2. การเข้าถึงบริเวณที่ใช้ทำกิจวัตรประจำวัน พื้นที่โดยรวมต้องเรียบเสมอกัน ไม่มีขั้นที่จะทำให้สะดุดหกล้ม ควรมีราวจับเพื่อป้องกันการลื่นไถล และใช้พยุงตัว ในบริเวณที่ผู้สูงอายุใช้ทำกิจวัตรประจำวัน เช่นจากห้องนอน ไปยังห้องครัว หรือห้องนั่งเล่น

3. สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้สูงอายุลุกจากเตียงไปทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ออกไปพบปะพูดคุยกับคนในครอบครัว มีบริเวณให้นั่งทำงานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ ได้ เพื่อที่ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอนอย่างเดียว หรืออาจจะจัดพื้นที่สวนให้ผู้สูงอายุได้ออกไปรดน้ำต้นไม้นอกบ้าน ได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ด้วยก็ได้

4. บำรุงรักษาง่าย พื้นบ้านไม่ควรปูพรม เพราะนอกจากจะอมฝุ่นแล้วยังดูแลรักษายาก ถ้าเป็นกระเบื้องก็ต้องเลือกชนิดที่ไม่ลื่น เพื่อป้องกันการลื่นล้ม วัสดุปูพื้นจำพวกไม้และทรายล้างเป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุด ส่วนพื้นที่บริเวณสวนถ้ามีสนามหญ้าก็ต้องคำนึงถึงเรื่องการดูแลรักษา ไม่ให้เป็นภาระของผู้สูงอายุ

การจัดพื้นที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าขณะนี้พวกเราในวัยหนุ่มสาวอาจยังไม่เห็นถึงความสำคัญเท่าที่ควร แต่ไม่ว่าอย่างไรวันหนึ่งทุกคนก็ต้องแก่ กลายเป็นผู้สูงวัย

ดังนั้นการจัดทำสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุไม่เพียงแต่เป็นการทำเพื่อผู้สูงอายุในบ้าน ในหมู่บ้านแล้ว ยังอาจเป็นการทำเพื่อสำหรับตัวเราเองในอนาคต เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ซึ่งถึงวันนี้เราอาจต้องพึ่งและช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น จึงต้องเตรียมพร้อมไว้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.softbizplus.com





back


Tag :
  • ผู้สูงอายุ
  • บ้าน
  • สภาพแวดล้อม
  • อุบัติเหตุ