หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



8 รายจ่ายธรรมดาๆ ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋า

8 รายจ่ายธรรมดาๆ ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋า

เตือน!!! 8 รายจ่ายธรรมดาๆ ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋าเราเกินจำเป็น

     ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยกลับน่าเป็นห่วงมากขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ระบุในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การออมระดับครัวเรือนกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า

     ครัวเรือนไทย 4.6 ล้านครัวเรือนจาก 20.4 ล้านครัวเรือน (เท่ากับ 22.55%) ใช้จ่ายเกินรายได้ ไม่มีเงินออม โดย 50% ของครัวเรือนกลุ่มนี้
          • มีภาระการชำระหนี้คิดเป็น 60%ของรายได้
          • มีรายจ่ายคิดเป็น 146% ของรายได้
     ดังนั้นหากเราอยากมีความมั่นคงทางการเงิน ก็คงต้องรีบกลับมาจริงจังกับเรื่องเงินของเรา ว่าทำอย่างไรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น หรือ ทำอย่างไรเงินในกระเป๋าจะปลอดภัย ไม่หายไปกับสิ่งที่ไม่ควรเสีย

WARREN BUFFETT ปรมาจารย์ด้านการลงทุนเคยกล่าวไว้ว่า
     If you buy things you don’t need, soon you will have to sell things you need.

     ดังนั้นการดูแลเรื่องการใช้จ่ายก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เชื่อมั้ย ค่าใช้จ่ายหลายอย่าง เราจ่ายเกินไปโดยไม่ได้ฉุกคิด ครั้งนี้เลยขอข้อมูลจากสรรพากรสาส์นเรื่อง 8 รายการสามัญในชีวิตที่เราอาจจ่ายเกิน มาแชร์กันครับ
     1. ภาษีเงินได้ รู้มั้ยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมืองไทยแพงอันดับต้นๆใน AEC ต่อให้ลดเหลือ 35% ก็ยังแพงมากอยู่ดี ถ้าเรารู้สึกว่าเราเสียภาษีเยอะเกิน เราก็ต้องมาดูกันว่าเราทำในเรื่องดังต่อไปนี้รึเปล่า ถ้าใช่ เปลี่ยนบ้างก็ดีนะ
          ก. ถ้าทุกปีเราขอภาษีคืนได้เยอะ นั่นหมายความว่า ในปีนั้น เราได้ให้กรมสรรพากรยืมเงินใช้โดยไม่คิดดอกเบี้ย เพราะภาษีที่เราขอคืนได้นัน้ ที่จริงก็คือเงินของเราที่จ่ายให้กรมสรรพากรมากเกินไป สมมติเราจ่ายภาษีในเดือนมกราคมเกินไป 5000 บาท กว่าเราจะได้คืน ก็อาจเดือนมีนาคมปีถัดไป รวม 14 เดือน ตอนกรมสรรพากรคืนก็คืนเฉพาะภาษีที่จ่ายเกินไม่เห็นให้ดอกเบี้ยเราเลย วิธีง่ายๆ ที่จะลดการจ่ายภาษีเกินของพวกเราคือ แจ้งฝ่ายบุคคลถึงค่าลดหย่อนต่างๆ ของเราให้ถูกต้อง เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีเกิน มีเงินเหลือในแต่ละเดือนไปลงทุนในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนที่มากกว่า
          ข. ใช้สิทธิลดหย่อนภาษียังไม่ครบถ้วน วิธีแก้ คือ ซื้อ RMF, LTF, ประกันชีวิต หรือ บริจาค เป็นต้น รู้มัยว่า ถ้าฐานภาษีอยู่ 20% ทุก 10,000 บาทที่ซื้อ RMF, LTF หรือประกันชีวิต นอกจากเราจะได้ประโยชน์เองแล้ว กรมสรรพากรยังให้แต๊ะเอียเราอีก 2,000 บาท
     2. บ้านที่อยู่อาศัย บ้านแม้จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะเป็นสิ่งเกินจำเป็น เพราะมีค่าใช้จ่ายมากมาย ไม่ว่า ค่าส่วนกลาง ค่ารักษามิเตอร์ ฯลฯ ดังนั้นถ้าซื้อบ้านเพื่อกะขายต่อ ต้องระวังด้วยว่าบ้านนั้นซื้อง่าย ขายยาก ยิ่งทำเลไม่ดี โอกาสขายได้ยิ่งน้อย โอกาสทำกำไรยิ่งน้อยใหญ่
     3. รถยนต์ ชื่อก็บอกแล้ว “ลด” ทันทีที่ถอยรถออกจากศูนย์ ราคาก็ลดหายไปทันที แถมค่าใช้จ่ายที่มาพร้อมกับรถก็มีมาก ไม่ว่าจะเป็น ค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน ค่าที่จอด ค่าน้ำมัน ฯลฯ ยิ่งถ้าใครผ่อน ดอกเบี้ยก็เป็นค่าใช้จ่ายที่มาก อย่าไปหลงกับโปรโมชั่น หรือ ดอกเบี้ยถูกๆ รู้มั๊ยดอกเบี้ยที่เราจ่ายจริง จะประมาณ 2 เท่าของดอกเบี้ยที่ธนาคารบอกเรา เช่น ถ้าดอกเบี้ยที่ธนาคารบอกเรา คือ 2% ดอกเบี้ยที่เราจ่ายจริงจะประมาณ 4% เพราะการผ่อนรถ ต้นลด ดอกไม่ลดตามเงินต้นนะ
     4. อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ นี่แหละตัวดีที่ดูดเงินออกจากกระเป๋าของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็น smart phone, tablet ฯลฯ ไม่แน่ใจว่า ทุกวันนี้ที่ซื้ออุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์อย่าง smart phone เราซื้อเพราะเป็นแฟชั่น หรือซื้อเพราะใช้งานมันจริงๆ ถ้าจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นเยอะ ลองมองเครื่องตกรุ่นที่ฟังก์ชั่นตรงใจดีกว่ามั๊ย
     5. บัตรเครดิต ช่วงนี้เห็นหลายธนาคารโฆษณา ออกโปรโมชั่นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกันยกใหญ่ รู้เปล่าว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตโหดมาก 18% - 20% เลยทีเดียว
     6. ประกันไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือ ประกันภัยล้วนเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งจำเป็นเพราะช่วยเรากรณีมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่ถ้ามีมากไป ก็เกินจำเป็น หรือถ้าซื้อประกันไม่เหมาะสม ก็อาจเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ อย่างเช่น การซื้อประกันเพิ่ม เวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ เพราะแม้จะช่วยเราประหยัดค่าซ่อมหากเครื่องเสียหาย แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้เครื่อนรุ่นใหม่ ราคาถูกกว่า ดีกว่า จนอาจจะคุ้มกว่าถ้าซื้อใหม่ ดังนั้นถ้าครั้งหน้าจะซื้อประกัน น่าจะเลือกซื้อเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจแทนที่ได้ง่าย
     7. ผลิตภัณฑ์ธนาคาร หลายผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีแค่ดอกเบี้ยให้เราอย่างเดียว แต่แถมค่าธรรมเนียมให้เราด้วย เช่น SMS alert, ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี, ค่าธรรมเนียมการกดเงินจากตู้ ATM, ค่าธรรมเนียมการถอนต่างสำนักหักบัญชี ฯลฯ การเรียนรู้เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ธนาคาร และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเราจริงๆ ก็จะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมเหล่านี้ได้นะ
     8. สินค้าแบรนด์เนม อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ สินค้าแบรนด์เนมจะมีราคาแพงเสมอ แต่หลายอย่างการซื้อสินค้าแบรนด์เนมก็มีความสบายใจกว่า เพราะมั่นใจในคุณภาพ เช่น อาจจะเป็นยาเฉพาะทางบางประเภท หรือ ผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิคส์ เป็นต้น แต่หลายอย่างเหมือนกันที่เราสามารถหาสินค้าทดแทนที่มีคุณภาพไม่ต่างกันแต่ราคาต่างกันลิบลับ อย่างเช่น ยาพื้นฐาน กาแฟ เป็นต้น ถ้าเรารู้จักเลือกใช้สินค้าแบรนด์เนมเฉพาะที่จำเป็น ก็จะช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกินจำเป็นได้เยอะ

     รู้กันอย่างนี้แล้ว เสียเวลากันซักนิดตรวจสอบการใช้จ่ายของเรา อันไหนจ่ายเกินไป ก็พยายามลดลงบ้าง แค่นี้เราก็มีเงินออมเก็บเพิ่มขึ้นนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์





back


Tag :
  • ชำระหนี้
  • ดอกเบี้ย
  • ภาษี
  • กรมสรรพากร
  • รายได้
  • เงินออม
  • ภาคครัวเรือน