วัยที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- วัยเริ่มสร้างครอบครัว
- วัยเริ่มการงานมั่นคง

หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก: สิทธิที่ผู้ฝากควรรู้

กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก: สิทธิที่ผู้ฝากควรรู้

กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก: สิทธิที่ผู้ฝากควรรู้ Deposit Protection Law: The Right that depositors should know

การลงทุนในเงินฝาก ถือเป็นการลงทุนที่มีกันมาช้านานในทุกๆ ประเทศ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เว้นแต่ในประเทศไทย นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทางการเงิน ที่เรียกว่าวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540 ที่ผ่านมา

     ในช่วงเวลานั้นประชาชนต่างพากันแตกตื่นที่จะถอนเงินฝากออกจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติก็เรียกคืนเงินที่ให้สถาบันการเงินในประเทศกู้ยืม ส่งผลให้ระบบการเงินในประเทศขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ภายหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 และกฎหมายนี้ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน นั่นหมายความว่าการคุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2551 เป็นต้นมา นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น พ.ศ. 2552 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 เพื่อเพิ่มวงเงินคุ้มครองเงินฝากแบบเต็มจำนวนในปีที่สองและสาม ดังการเปรียบเทียบพระราชบัญญัติ พ.ศ.2551 และพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.2552 ดังแสดงในตารางที่ 1 ดังนี้

กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก สิทธิที่ผู้ฝากควรรู้

ที่มา: สำนักนโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
     จากกฎหมายประกันเงินฝากดังกล่าว จะเห็นได้ว่า หลังจากวันที่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป หากเกิดกรณีสถาบันการเงินใดถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากสูงกว่าวงเงินประกัน 1 ล้านบาทในทุกบัญชีรวมกันในสถาบันการเงินแห่งนั้น (Per Depositor Per Bank) จะได้รับเงินจ่ายคืนเพียง 1 ล้านบาทจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเท่านั้น

ความสำคัญของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
     สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (Deposit Protection Agency: DPA) เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นนิติบุคคล บริหารงานและกำหนดนโยบายโดยคณะกรรมการประกอบด้วยประธาน ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี (“สถาบันคุ้มครองเงินฝาก”, ม.ป.ป.)

ตารางที่ 1 สาระหลักตามพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น พ.ศ.2552
ที่มา: สำนักนโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

     ระบบการประกันเงินฝาก (Deposit Insurance) เป็นแนวคิดที่สร้างขึ้น เพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก เพื่อให้ได้รับเงินฝากคืนภายในวงเงินที่กำหนดในกรณีที่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองถูกปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอขอรับชำระหนี้จากการชำระบัญชีทรัพย์สินของสถาบันการเงินนั้นๆ ซึ่งผู้ฝากเงินก็ไม่ต้องกังวลหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก ดังนั้นบุคคลธรรมดาหรือแม้แต่นิติบุคคลอย่าง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม บริษัทประกันชีวิต ประกันภัย มูลนิธิ วัด สมาคม สภากาชาด สหกรณ์ ที่นำเงินไปฝากกับธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ก็จะได้รับการคุ้มครองเงินฝากในจำนวนไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน ปัจจุบันสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากแสดงรายชื่อได้ดังนี้

ธนาคารพาณิชย์ (รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ) จำนวน 32 แห่ง
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)
ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซิตี้แบงก์
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ธนาคารดอยซ์แบงก์
ธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารมิซูโฮ คอร์ปอเรต จำกัด
ธนาคารเครดิต อะกริกอล คอร์ปอเรทแอนด์อินเวสเมนท์แบงก์ ธนาคารแห่งประเทศจีน จำกัด
ธนาคารเจพีมอร์แกน เชส ธนาคารอาร์ เอช บี จำกัด
ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์
ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด ธนาคารแห่งอเมริกาเนชั่นแนลแอสโซซิเอชั่น
ธนาคารอินเดียนโอเวอร์ซีส์
ธนาคารเดอะรอยัลแบงค์อ๊อฟสกอตแลนด์ เอ็น.วี.
ธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีสแบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด
บริษัทเงินทุน จำนวน 3 แห่ง
บริษัท เงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน)
บริษัท เงินทุน สินอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
บริษัท เงินทุน แอ็ดวานซ์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ จำนวน 3 แห่ง
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลินน์ ฟิลลิปส์ มอร์ทเก็จ จำกัด
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ สหวิริยา จำกัด
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เอเซีย จำกัด

ที่มา: สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
     แต่กฎหมาย พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากนี้ไม่ครอบคลุมถึงธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นธนาคารที่รัฐบาลถือหุ้นและดูแลเงินฝากอยู่แล้ว รวมทั้งธนาคารอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น เช่น ธนาคารอิสลาม เป็นต้น โดยเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง ได้แก่ เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงินที่เป็นเงินบาท ยกเว้น เงินฝากใน “บัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ” ซึ่งเป็นประเภทบัญชีพิเศษ ที่เปิดเพื่อทำรายการเฉพาะตาม พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง และเงินฝากระหว่างสถาบันการเงินผู้ฝากเงินคงต้องการทราบว่า ถ้าผู้ฝากมีเงินฝากไว้หลายบัญชีหรือสาขาหลายแห่งของสถาบันการเงินแห่งเดียวกัน ผู้ฝากจะได้รับความคุ้มครองเงินฝากอย่างไรบ้าง ต่อไปนี้จะแสดงวิธีการคำนวณวงเงินสูงสุดที่ผู้ฝากเงินแต่ละรายจะได้รับเงินฝากคืน ไม่ว่าผู้ฝากเงินรายนั้น จะมีบัญชีเงินฝากอยู่กี่บัญชีในสถาบันการเงิน 1 แห่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักนโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง





back


Tag :
  • สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
  • ออมทรัพย์
  • เงินฝากประจำ
  • เงินฝากกระแสรายวัน
  • บัตรเงินฝาก