หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



วางแผนให้ดี ก่อนคิดเป็นหนี้บัตรเครดิต

วางแผนให้ดี ก่อนคิดเป็นหนี้บัตรเครดิต

รายงานผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2555 ของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ปัญหาหนี้ของคนไทยเริ่มน่าเป็นห่วง การผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนเพิ่มขึ้น 28% ผิดนัดหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 20.5% ยิ่งครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย มีหนี้เฉลี่ยที่ 28,883 บาท/ครัวเรือนต่อปี เพิ่มขึ้น 6.1 เท่าจากปี 2552

สำหรับปัญหาหนี้ของคนระดับกลาง ก็คือหนี้บัตรเครดิต ซึ่งดอกเบี้ยสูงมากถึง 18% -20%/ปี (เทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากที่ประมาณ 3%/ปี จะสูงกว่า 6 – 7 เท่า) จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากหากเพื่อนๆ เป็นหนี้บัตรเครดิต
แม้ว่าบัตรเครดิตจะให้เราสามารถชำระขั้นต่ำได้ เช่น 5%, 10% ฯลฯ แต่นั่นก็ช่วยให้เรามีเงินเหลือใช้จ่ายได้ก็เพียงระยะสั้น แต่จะกระทบเราอย่างมหันต์ในระยะยาว

เพื่อนๆ รู้มั้ยหากเราชำระขั้นต่ำที่ 5% กว่าจะปลอดหนี้ได้ต้องใช้เวลาถึง 28 เดือน ดังนั้น หากไม่อยากมีภาระทางการเงินมากนัก ก็ควรหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้บัตรเครดิต แต่ถ้าหากเป็นแล้ว ก็ควรจะต้องลดหนี้ให้เร็วที่สุด

วิธีลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต

คุณสามารถลดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตได้ 3 วิธี

1. เพิ่มอัตราการผ่อนชำระ
- การเพิ่มอัตราการผ่อนชำระขึ้น 1 เท่า (จากขั้นต่ำ 5% เป็น 10%) จะช่วยลดค่าดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระลงประมาณครึ่งหนึ่งเช่นกัน

 

วางแผนให้ดี ก่อนคิดเป็นหนี้บัตรเครดิต

2. โอนหนี้ รีไฟแนนซ์ (หรือทำ Balance Transfer) ไปวงเงินหรือบัตรอื่น- หลักง่ายๆ ในการคำนวณคือทุกๆ 1% ของอัตราดอกเบี้ย ที่ถูกลง (เช่นโอนจากอัตราดอกเบี้ย 18% ไป 17%) เราจะประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้ประมาณ 6% ตัวอย่างเช่นโอนไปอัตราที่ต่ำกว่า 2% เราจะลดค่าดอกเบี้ยรวมไป 12% (6% x 2)

ตัวอย่าง :
กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 18% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,978
กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 17% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,842 ลดลง 136 หรือ 6.8%
กู้ 10,000 บาทที่ดอกเบี้ย 16% ผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ค่าดอกเบี้ยรวม 1,709 ลดลง 133 หรือ 7.2%

3. รีไฟแนนซ์ควบกับการเพิ่มอัตราผ่อนชำระ (ดีที่สุด) 
– การรีไฟแนนซ์พร้อมกับการจัดการผ่อนชำระให้หมดในระยะเวลาที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษจะทำให้คุณประหยัดมากที่สุด
ที่มา : www.silkspan.com

หากอยากทราบว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตของแต่ละธนาคารเป็นเท่าไหร่ ก็ลองเข้าดูที่ลิงค์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามนี้ ได้ครับ http://www.bot.or.th/thai/statistics/financialmarkets/interestrate/_layouts/application/interest_rate/IN_Rate.aspx

แต่ควรระวังอีกอย่างสำหรับการใช้บัตรเครดิต ก็คือ ค่าธรรมเนียมที่แต่ละสถาบันการเงินเรียกเก็บ อยากรู้ว่าแต่ละสถาบันการเงินเรียกเก็บเท่าไหร่ ก็ดูที่ลิงค์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ http://www2.bot.or.th/feerate/internal.aspx?PageNo=7 ได้เช่นกันครับ

แต่สรุปสุดท้ายก็คือ อย่าเป็นหนี้ ดีที่สุด ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์





back


Tag :
  • ผลสำรวจ
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ
  • หนี้สิน
  • สินเชื่อส่วนบุคคล
  • ดอกเบี้ย
  • บัตรเครดิต
  • ผ่อนชำระ