หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีมนุษย์เงินเดือน

5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีมนุษย์เงินเดือน

การเสียภาษีเป็นหนึ่งในหน้าที่พลเมืองดีที่เราพึงกระทำแต่รู้หรือครับไม่ว่า เราสามารถวางแผนภาษี เพื่อให้ประหยัดเงินภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปีได้ ซึ่งวันนี้ผมมีเคล็ด (ไม่) ลับที่ว่ามาฝาก สำหรับใครที่ปีที่แล้ววางแผนไม่ทัน ก็นำมาประกอบการตัดสินใจวางแผนภาษีสำหรับปีนี้ก็ได้ครับ

 

1. ซื้อ LTF/RMF (ถ้าท่านเข้าใจความเสี่ยงจากการลงทุน)
สำหรับคนที่เข้าใจเรื่องการลงทุนและความเสี่ยง การซื้อ LTF และ RMF จะช่วยให้ท่านออมเงินและประหยัดภาษีได้มากเลยทีเดียว ท่านสามารถนำเงินที่ซื้อหุ้นผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ไปหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของรายได้รวมทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท และมีข้อแม้คือ ห้ามขายก่อนห้าปีปฏิทิน (หากใครที่เคยซื้อ LTF ไว้ก่อนหน้านี้ ตอนต้นปี 2558 ก็เริ่มขายกองที่ซื้อเมื่อปลายปี 2554 ได้แล้ว แปลว่าถือจริงแค่สามปีกว่าๆ เอง) และเท่ากับว่า รัฐอุดหนุนให้ท่านออมเงินโดยการซื้อหุ้นเท่ากับอัตราภาษีที่ท่านต้องจ่าย เช่น คนที่ต้องจ่ายภาษีที่อัตราร้อยละ 15 ก็เหมือนกับลงหุ้นที่ต้นทุนถูกกว่าราคาตลาดไปร้อยละ 15 แม้การลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยง และมีโอกาสขาดทุนได้ แต่ถ้าถือยาวได้ถึงห้าปี การลงทุนในหุ้นไม่ค่อยขาดทุนให้เห็น (แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่ดี)

 

อีกสิทธิประโยชน์นึงคือ การซื้อกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF กองทุนแบบนี้ต้องถือยาวหน่อย คือต้องถือจนอายุ 55 ปีเลย และต้องซื้อติดต่อกันทุกปี (หรือถ้าจะเว้น ก็เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี) แต่ข้อดีคือมีกองทุนให้เลือกหลายประเภทให้เหมาะกับระดับการรับความเสี่ยงของแต่ละคน หรืออาจจะจัดเป็นพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยงก็ได้ เพราะเราเลือกได้ตั้งแต่แบบหุ้นล้วน ยันตราสารหนี้เลย ท่านสามารถหักลดหย่อนการลงทุนใน RMF ได้อีกร้อยละ 15% แต่ไม่เกิน 500,000 บาท อย่าลืมว่ายอดหักลดหย่อนนี้ รวมอยู่กับยอดเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และการซื้อประกันแบบบำนาญ ดังนั้น ก่อนซื้อ RMF อย่าลืมคิดก่อนนะครับว่าเรามีเงินสะสมพวกนี้ปีละเท่าไร เดี๋ยวจะซื้อเกินครับ

 

2. หักลดหย่อนภาษีให้เต็มสิทธิ
สรรพากรท่านใจดี ให้สิทธิลดหย่อนภาษีกับการซื้อประกันชีวิตที่กำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปและดอกเบี้ยการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย อย่างละไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เท่ากับเป็นการอุดหนุนเบี้ยประกันชีวิต และการกู้ยืมเงินผ่อนบ้าน เท่ากับอัตราภาษีที่ท่านต้องจ่าย เช่น ถ้าท่านจ่ายภาษีที่อัตราสูงสุดร้อยละ 15% ก็เท่ากับว่าประหยัดภาษีจากการซื้อเบี้ยประกันแบบที่หักภาษีได้ อีกปีละ 15,000 บาท 

 

และถ้าท่านผ่อนบ้านอยู่ ก็สามารถเอาค่าดอกเบี้ยจากการผ่อนมาหักภาษีได้อีก ถ้าท่านผ่อนบ้านหลังละสองล้านบาท ที่อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เท่ากับว่าอัตราดอกเบี้ยสุทธิหลังภาษีเหลือแค่ 4.25% ต่อปี

 

อย่าลืมเอาผลประโยชน์ทางภาษีมาคิดตอนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตหรือเลือกกู้บ้านด้วยนะครับ แต่แนะนำให้ศึกษาถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละประเภทให้ถ้วนถี่ วางแผนการเงินให้ดี และที่สำคัญอย่ากู้เกินตัวนะครับ

 

3. ยื่นแยกหรือยื่นร่วมดี? 
สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีครอบครัวแล้ว คำถามปวดหัวคำถามแรกตอนยื่นแบบคือ จะเอารายได้ของคู่สมรสมารวมแล้วยื่นแบบรวมกัน หรือแยกยื่นกันไปเลยดี เพราะผู้จ่ายภาษีมีทางเลือกในการยื่นแบบและคำนวณภาษี คำตอบที่ดีที่สุดของข้อนี้คือ ให้ลองคำนวณทั้งสองแบบดูครับว่า คิดแบบไหนต้องจ่ายภาษีน้อยกว่ากันก็เลือกแบบนั้น 

 

แต่หลักง่ายๆ ทั่วไปคือ ถ้ามีคู่สมรสมีรายได้ทั้งคู่ หรือมีคนใดคนหนึ่งมีฐานรายได้สูงๆ การคำนวณภาษีแยกมักจะประหยัดภาษีได้มากกว่าการคำนวณภาษีร่วมกันครับ เพราะอัตราภาษีเป็นขั้นบันไดแบบชันขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราเอารายได้ของคู่สมรสมารวม มีสิทธิที่เราอาจต้องจ่ายภาษีในอัตราที่สูงเกินไปได้ แต่ถ้ามีคู่สมรสคนหนึ่งไม่ได้ทำงาน มีรายได้ไม่มาก หรือมีรายได้ต่างกันเยอะๆ การคำนวณภาษีร่วมกันอาจจะทำให้จ่ายภาษีน้อยกว่าได้ ดังนั้นลองเสียเวลาสักนิด อาจทำให้ท่านประหยัดภาษีไปได้หลายเลยทีเดียว

 

4. อุปการะพ่อแม่ก็หักภาษีได้
ยังไม่หมดครับ สรรพากรให้หักลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการอุปการะพ่อแม่ (และพ่อแม่ของคู่สมรส) ที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 30,000 บาท ได้อีกคนละ 30,000 บาท และยกเว้นเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ (และพ่อแม่ของคู่สมรส) ที่ไม่มีรายได้ อีกไม่เกินปีละ 15,000 บาท ใครมีค่าใช้จ่ายตรงนี้อย่าลืมเอาไปหักภาษีด้วย การอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการหรือคนทุพพลภาพก็นำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกปีละไม่เกิน 60,000 บาทครับ

 

5. อย่าลืม!! บริจาคเพื่อการศึกษา
เงินบริจาคแก่มูลนิธิ และสาธารณกุศลทั่วไป สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แต่ถ้าเป็นเงินบริจาคเพื่อการศึกษา และสมาคมกีฬาบางแห่ง สามารถลดหย่อนภาษีได้ถึงสองเท่า 

 

คนที่รายได้มากๆ ก็สามารถลดภาระภาษีและทำสาธารณกุศลไปพร้อมกัน (และท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาและมูลนิธิที่นำไปหักภาษีสองเท่าได้ จากเว็บไซต์กรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/285.0.html ) ตัวอย่างเช่น ใครมีฐานรายได้ที่อัตราภาษีร้อยละ 30 บริจาคให้สถานศึกษา 50,000 บาท สามารถหักภาษีได้สองเท่า เท่ากับประหยัดภาษีไป 30,000 บาท หรือจ่ายออกกระเป๋าจริงแค่ 20,000 บาท (เอง) แต่ได้ให้ (และได้หน้า) เต็มๆ

 

นอกจากนื้ นานๆที อาจจะมีโปรโมชั่นหักลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมก็อย่าลืมนำไปประกอบการตัดสินใจ เช่นปีนี้มีเรื่องท่องเที่ยวในประเทศ ก็ลองศึกษาหาข้อมูล และเมื่อไปเที่ยวก็อย่าลืมขอเอกสารเพื่อประกอบการยื่นคำนวณภาษีนะครับ

 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนภาษีของทุกท่าน แต่อยากให้ศึกษาเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีให้ถ้วนถี่ก่อนตัดสินใจ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินไม่ว่าจะเป็น LTF / RMF หรือประกันชีวิต รวมถึงการที่จะบริจาคเงินให้กับองค์กรต่างๆ ด้วย และถ้ามีปัญหาเรื่องภาษีก็สามารถปรึกษากรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีของท่าน และอย่าลืมว่า การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ

 

ขอให้วางแผนภาษีอย่างมีความสุขครับ

 

(บทความโดย ดร. พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บล. ภัทร จำกัด (มหาชน) )

 

หมายเหตุ - ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของ บล. ภัทร จำกัด (มหาชน) แต่อย่างใด

5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีมนุษย์เงินเดือน

 





back


Tag :
  • tax
  • ภาษี
  • มนุษย์เงินเดือน
  • หักลดหย่อน
  • LTF
  • RMF