หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- ลงทุนกับเราตั้งเป้าได้เป็นล้าน

สาระน่ารู้



เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

เรากำลังอยู่ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำและอาจจะต่ำต่อเนื่องไปอีกพักใหญ่ ถ้าปล่อยให้เงินลงทุนของเราอยู่ในเงินฝากออมทรัพย์หรือกองทุนตลาดเงินทั้งหมดก็จะได้ผลตอบแทนที่ต่ำเกินไป ครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ การลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งเป็น Income Investment อีกประเภทหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนได้
เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

ตราสารหนี้ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรระยะยาวของธนาคารแห่งประเทศไทย และหุ้นกู้ของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเอกชน โดยปกติมีอายุตราสารเกิน 1 ปี และให้ดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารตลาดเงิน เช่น พันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปี และ 5 ปี โดยเฉลี่ยในอดีตให้ดอกเบี้ยสูงกว่าตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือนอยู่ 0.7% และ 1.1%

เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามอายุตราสารสามารถเทียบเคียงได้กับการที่ธนาคารกำหนดดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่สูงขึ้นตามระยะเวลาในการฝากเงิน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นการชดเชยการที่ต้องสูญเสียสภาพคล่องในระยะเวลาที่นานขึ้น และชดเชยความเสี่ยงการเสียโอกาสที่จะฝากเงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้นในช่วงระยะเวลาที่เราฝากเงิน ในส่วนของตราสารหนี้แม้ว่าผู้ลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกับนักลงทุนรายอื่นได้ก่อนครบกำหนดอายุ แต่ถ้าดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ผู้ที่รับซื้อก็จะกดราคาตราสารลงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดในขณะนั้น อย่างไรก็ตามการลดลงของราคาระหว่างทางนั้นในที่สุดจะสามารถฟื้นตัวคืนมาได้ทั้งหมดถ้าสามารถถือต่อไปจนครบอายุ เนื่องจากตราสารหนี้ส่วนใหญ่มีสัญญาคืนเงินต้นเมื่อครบอายุ นั่นหมายความว่าเงินที่ลงทุนได้ยาวก็มีความเหมาะสมที่จะลงทุนในตราสารหนี้ที่อายุยาวขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้

เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

การขยับไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ผู้ออกมีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำลง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทน เช่น ถ้าเราขยับจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลช่วงอายุ 3-5 ปี ซึ่งปัจจุบันให้ผลตอบแทนประมาณ 1.9% - 2.4% ไปลงทุนหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่มีอันดับน่าเชื่อถือ AAA เช่น หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัท ปตท. ซึ่ง AAA ถือว่ามีอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดในบรรดาหุ้นกู้เอกชน ผลตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นมาที่ 2.5% - 3.0% ถ้าเราขยับลงไปที่ BBB ผลตอบแทนก็จะอยู่ที่ 3.9% - 4.4% ที่อันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BB+ ลงมา จะเริ่มเป็นตราสารหนี้ที่เป็น non-investment grade ซึ่งถือว่าโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็จะให้ผลตอบแทนที่มากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะเมื่อเกิดขึ้นก็จะสร้างความเสียหายต่อเงินลงทุนได้ค่อนข้างมาก และไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนกับการขาดทุนที่เกิดจากความผันผวนของภาวะดอกเบี้ยในตลาด

 

สำหรับนักลงทุนบุคคลทั่วไปการลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้เป็นวิธีการหนึ่งที่สะดวกและช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่ให้กระจุกตัวในผู้ออกตราสารหนี้รายใดรายหนึ่งมากเกินไป นอกจากนั้นกองทุนรวมยังได้รับการยกเว้นภาษีกำไรจากการลงทุนในตราสารหนี้ ในขณะที่นักลงทุนบุคคลต้องเสียภาษี 15% เมื่อลงทุนโดยตรง กองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีลักษณะเป็นกองเปิดส่วนใหญ่สามารถไถ่ถอนได้ทุกวันและได้รับเงินใน 2 วันทำการ (T+2) ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่มีสภาพคล่องที่ค่อนข้างดี นอกจากการลงทุนด้วยการซื้อแล้วถือจนครบกำหนด ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ยังอาจจะเพิ่มผลตอบแทนและควบคุมความเสี่ยงโดยใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์การลงทุนอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นการยากสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่จะทำด้วยตนเองเมื่อลงทุนโดยตรง

เส้นทางสู่เงินล้านอย่างมั่นคงด้วยตราสารหนี้

 

คุณทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ
บทความโดย
คุณทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ
ผู้อำนวยการอาวุโส ทีมวิจัยลูกค้าบุคคล บล.ภัทร จำกัด (มหาชน)
คลิกดาวน์โหลดอินโฟกราฟิกฉบับเต็ม

 

 





back


Tag :
  • การลงทุน
  • ตราสารหนี้
  • กองทุนรวม
  • กองทุนรวมตราสารหนี้