วัยที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- วัยเริ่มสร้างครอบครัว
- วัยเริ่มการงานมั่นคง

หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



สุขภาพการเงินคุณน่าห่วงมั๊ย

สุขภาพการเงินคุณน่าห่วงมั๊ย

     มีผู้อ่านบทความเรื่อง “8 รายจ่ายธรรมดาๆ ที่ดึงเงินออกจากกระเป๋าเราเกินจำเป็น” ที่ผมเสนอไปเมื่อคราวที่แล้ว ตั้งคำถามกับผมว่าทำไมเขาจะต้องประหยัด ในเมื่อใช้จ่ายแบบทุกวันนี้เขาก็สุขสบายดีอยู่แล้ว… ก็จริงครับ แต่ผมอยากจะให้ทุกท่านหยุดคิดสักนิดว่า ชีวิตเราไม่ได้อยู่แค่วันนี้ เดือนนี้ หรือปีนี้ เรายังต้องอยู่อีกยาว กี่ปีก็ไม่รู้ ถ้าเราไม่ระมัดระวังการใช้จ่ายเงินไว้บ้าง เราอาจลำบากในอนาคตก็ได้ครับ

     หลายคนได้ทราบอย่างนี้ ก็อาจมีคำถามถามในใจว่าทำไมผมไม่ระบุไปเลยว่าใครที่มีโอกาสลำบากในอนาคตมาก จะได้ใหคนนั้นใช้จ่ายระมัดระวัง ซึ่งผมก็จะตอบได้ทันทีครับว่า “ทุกคนมีโอกาสลำบากในอนาคตกันทั้งนั้น เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ” เร็วๆ นี้ผมอ่านเจอบทความเรื่อง “8 สัญญาณเตือนว่าสุขภาพการเงินกำลังย่ำแย่” ของคุณลิซ่า ที่สามารถช่วยเราวิเคราะห์ได้ว่าสุขภาพการเงินของเราอยู่ในอาการน่าเป็นห่วงหรือเปล่า ถ้าเพื่อนๆ มีอาการตามนี้ แสดงว่าต้องรีบกลับมาดูแลสุขภาพทางการเงินกันแล้วนะครับ

     1. ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บในบัญชี  ถึงแม้สถานภาพทางการเงินของคุณจะอยู่ในระดับที่ “ไม่น่าเป็นห่วง” แต่วันหนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยากทางการเงินคุณอาจแย่ก็ได้
     2. พกบัตรเครดิตมากกว่าห้าใบ บัตรเครดิตเป็นแหล่งเพาะหนี้ชั้นดี และยิ่งมีมากก็อาจยิ่งทำให้สถานะการเงินของคุณกลับย่ำแย่ได้
     3. ผ่อนชำระบัตรเครดิตตามยอดหนี้ขั้นต่ำ การ ชำระแค่ขั้นต่ำเท่ากับการเริ่มต้นสะสมหนี้อย่างเป็นทางการ ยิ่งถ้าทำแบบนี้ทุกๆ เดือน คราวนี้ก็เตรียมเปิดประตูรอรับหนี้ก้อนโตได้เลย
     4. ยืมเงินจากเจ้าหนี้รายใหม่มาชำระเจ้าหนี้รายเดิม หรือกู้เงินก้อนใหม่มาโปะหนี้ก้อนเก่า
     5. ถูกเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม เมื่อ การชำระหนี้เริ่มไม่ปกติ สิ่งที่คุณอาจจะเจอคือถูกเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม หรือถูกขอให้มีผู้กู้ร่วมจากสถาบันการเงิน เพราะความสามารถในการชำระหนี้ของคุณลดลง
     6. ส่งค่างวดผ่อนบ้าน-รถช้า การส่งค่างวดบ้านและรถล่าช้ากระทบถึงเครดิตทางการเงินในระยะยาวของคุณ แต่ถ้าสุขภาพการเงินกำลังย่ำแย่มากๆ ใครจะมีปัญญาส่งล่ะ
     7. ต้องยอมขายหุ้นทั้งที่ยังขาดทุน ถ้าคุณลงทุนหุ้นระยะยาวเอาไว้ แต่ต้องยอมขายแบบนี้ก็แสดงให้เห็นชัดว่า “ร้อนเงิน” และสุขภาพการเงินคงเริ่มย่ำแย่แล้วล่ะ
     8. ไม่สามารถประมาณการหนี้สินทั้งหมด เมื่อ ไรก็ตามที่คุณรู้สึกว่ามีหนี้รุงรังเต็มไปหมด และเริ่มจับต้นชนปลายไม่ได้ว่ามูลหนี้ทั้งหมดมีอะไรบ้าง ถึงขั้นนี้คงไม่ใช่หนี้ธรรมดาๆ แล้วล่ะ

     ถ้าใครมีอาการข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น รอช้าไม่ได้แล้ว ต้องรีบปฏิวัติตัวเองแบบบูรณาการ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย “กฎเหล็ก 5 ประการ.... ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้” จากโครงการส่งเสริมการออมและการบริหารเงินส่วนบุคคล ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

     1. ตั้งงบก่อนใช้ ช่วยให้คุณรู้จักคิดก่อนซื้อ
     2. เปรียบเทียบก่อนซื้อ เพื่อให้ได้ของดี ราคาเหมาะสม
     3. สรุปใช้สม่ำเสมอ เห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองว่าค่าใช้จ่ายใดที่ไม่จำเป็นและพอจะตัดออกไปได้บ้าง
     4. ใช้น้อยกว่าหาได้ ใช้จ่ายให้น้อยกว่าเงินที่หาได้เสมอ
     5. ไม่ใช้ก็ไม่ซื้อ อย่าซื้อของเพราะโปรโมชั่นดี มีของแถม ลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ หรือเพราะเกรงใจพนักงานขาย การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ต้องแก้ที่ตัวเองครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์





back


Tag :
  • การเงิน
  • การลงทุน
  • งบประมาณ
  • การออม
  • พฤติกรรม
  • ค่าใช้จ่าย