วัยที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- วัยเริ่มสร้างครอบครัว
- วัยเริ่มการงานมั่นคง

หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- การลงทุน

สาระน่ารู้



สิ่งที่ควรระวังเมื่อคิดลงทุน

สิ่งที่ควรระวังเมื่อคิดลงทุน

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” เป็นคำเตือนของสำนักงาน ก.ล.ต.สำหรับผู้ที่เข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน ตราสารหนี้ ฯลฯ เพราะในโลกของการลงทุน โอกาสของผลตอบแทนมาพร้อมความเสี่ยงเสมอเมื่อโลกของการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น เมื่อเราเริ่มเข้าสู่โลกของการลงทุน เราก็ควรต้องรู้ว่าสิ่งที่เราควรระวังมีอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้รอบคอบมากขึ้นเมื่อลงทุน

อันดับแรก คือ ความเสี่ยง ซึ่งหมายถึงความแตกต่างระหว่างผลที่ได้รับจริงจากการลงทุน กับผลที่คาดหวังไว้ ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าหมายถึงการขาดทุน ซึ่งก็ถูกต้อง แต่จริงๆแล้ว ความเสี่ยงยังหมายความรวมถึงการได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าความคาดหวังของเราด้วย เพราะเมื่อผลตอบแทนสูงกว่าที่คาดได้ ก็ย่อมต่ำกว่าที่คาดได้เช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากมีปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนของเราที่เราคาดไม่ถึง หรือควบคุมไม่ได้ หรือ เราเองยังไม่แม่นยำเพียงพอ

สิ่งที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยงอันดับแรกเลย ก็คือ รู้ว่าความเสี่ยงที่เราต้องจัดการคืออะไร ตัวอย่างเช่น หากเราจะออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณ ความเสี่ยงของเราคือเงินที่เราออมนั้นไม่พอใช้สำหรับยามเกษียณไม่ใช่เรื่องของการขาดทุนหรือ ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเฟ้อ

อันดับสอง คือ เงินเฟ้อหรือภาวะที่ราคาสินค้าบริการและค่าใช้จ่ายต่างๆที่ประชาชนทั่วไปต้องบริโภคสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนต้องใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อบริโภคเท่าเดิมเงินเฟ้อจึงเปรียบเหมือนมะเร็งทางการเงินที่ทำให้เงินออมของเราอ่อนแอลงเรื่อยๆ ตรงข้ามกับการลงทุนที่ทำให้เงินของเรางอกเงยและแข็งแรงขึ้นดังนั้น ในการลงทุน หากเราต้องการให้มูลค่าเงินออมเราเพิ่มสูงขึ้น เราต้องมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ ภาษาทางการเงินเรียกกันว่า ผลตอบแทนที่แท้จริง

สูตรการคำนวณอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง = อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน – อัตราเงินเฟ้อ

อันดับสาม คือ ความโลภ ก่อนเริ่มการลงทุน ภาครัฐกำหนดไว้ว่า เราจะต้องทำแบบประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงของเรา เพื่อให้เราตระหนักว่า เรารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และภาครัฐยังกำหนดว่า เราไม่ควรลงทุนในหลักทรัพย์ใดที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าความสามารถในการรับความเสี่ยงของเรา แต่ผู้ลงทุนหลายรายมักจะปรับเปลี่ยนการลงทุนที่เบี่ยงเบนจากเป้าหมายหรือความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง เพราะถูกภาวะตลาดการลงทุนที่เปลี่ยนแปลง เช่น ตลาดหุ้นที่ขึ้นหรือลง ทำให้อารมณ์มามีอิทธิพลเหนือเหตุผลในการตัดสินใจ ดังนั้น สติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับการลงทุน

อันดับสี่ คือ การลงทุนด้วยความไม่รู้หลายคนเลือกลงทุนในหุ้น เพียงเพราะมีคนบอกว่า ดี กำลังมีคนไล่ราคา ฯลฯ โดยที่ไม่รู้เลยว่าหุ้นตัวนั้น ทำธุรกิจอะไร เงินของเรา เราหามาด้วยสมอง ดังนั้น เมื่อจะลงทุน ก็ควรใช้สมองในการลงทุนด้วยเช่นกัน “ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” สำนักงาน ก.ล.ต. เขาก็เตือนแล้ว

อันดับห้า คือ การไม่มีวินัย การมีวินัย คือ การเอาชนะใจตนเองไม่ให้หักเหจากเป้าหมายการออมเงินที่เราตั้งไว้ จากสถิติที่ผ่านมา คนที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จทางการเงินในชีวิต ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการลงทุน แต่เกิดจากความไม่มีวินัยในการลงทุนมากกว่า

อันดับ หก คือ ปาฎิหารย์ ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในหุ้นLarry Hiteกล่าวว่า “ลักษณะของการเดิมพันนั้นมีอยู่สี่ประเภท นั่นก็คือการเดิมพันที่ดี, การเดิมพันที่แย่, การเดิมพันที่คุณชนะ และการเดิมพันที่คุณแพ้อย่างไรก็ตาม การชนะและได้กำไรจากการเดิมพันที่แย่ของคุณคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเพราะความสำเร็จจากการเดิมพันลักษณะนี้จะผลักดันให้คุณกล้าเล่นในเดิมพันลักษณะนี้มากยิ่งขึ้นในอนาคตแน่นอนว่าคุณอาจขาดทุนจากการเดิมพันที่ดีไปก็ได้แต่หากว่าคุณยังคงเลือกที่จะเล่นในการเดิมพันที่ดีต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆนั้นกฎของค่าเฉลี่ยจะคอยรับใช้เงินของคุณเอง”พึงระลึกไว้ว่าไม่มีปาฏิหาริย์ ในโลกของการลงทุนซึ่งทุกอย่างมีเหตุผล มีที่มาเสมอ

อันดับเจ็ด คือ ความกลัว มีคำกล่าวหนึ่งกล่าวไว้ว่า “the biggest risk is not to take any risk”หลายคนหวาดกลัวกับการลงทุน เพราะกลัวการขาดทุน แต่ทราบหรือไม่ว่า หากเราอยู่เฉยๆ เราก็ขาดทุนเช่นกัน จากเงินเฟ้อดังที่ได้กล่าวไปแล้ว และผลของเงินเฟ้อจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เงินของเราลดมูลค่าลงเรื่อยๆ เชื่อหรือไม่ว่า ที่อัตราเงินเฟ้อ 4% ทำให้มูลค่าเงินออมของเราเหลือเพียงครึ่งเดียวภายในเวลา 18 ปีเท่านั้น ดังนั้น ถ้าจะกลัว จงกลัวเงินเฟ้อ อย่ากลัวความเสี่ยง แต่ก็อย่าประมาทกับความเสี่ยงเช่นกัน
สุดท้าย ก็อยากฝากเตือนเกี่ยวกับการลงทุนไว้ว่า

การลงทุนมีความเสี่ยง
การไม่ลงทุนเสี่ยงมากกว่า
การลงทุนโดยไม่มีความรู้เสี่ยงมากที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณสาธิต บวรสันติสุทธิ์





back


Tag :
  • การลงทุน
  • ความเสี่ยง
  • ขาดทุน
  • เงินเฟ้อ
  • อัตราเงินเฟ้อ