วัยที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- วัยเริ่มสร้างครอบครัว
- วัยเริ่มการงานมั่นคง

หมวดที่เกี่ยวข้องกับบทความ

- เอสเอ็มอี

สาระน่ารู้



ศิลปะสู้วิกฤต

ศิลปะสู้วิกฤต

ช่วงนี้คำถามที่เจอมากที่สุด คือ สถานการณ์เศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้จะทำอย่างไรดี
ถ้าเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ผมก็จะพูดเล่นๆ
“ไปดูหมอสิ”
แต่ถ้าคนถามหน้าตาจริงจัง ผมก็จะใช้วิธีอ้างอิงคนอื่น
ประเภท “ครูพักลักจำ”
เล่าให้ฟังแล้วเลือกเอาเอง


คนแรก คือ คุณเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ของนครชัยแอร์
เมื่อมีคนถามว่าเจอปัญหาที่หนักหน่วงทำอย่างไร
เธอบอกว่าหลักคิดของเธอง่ายๆ
ข้อแรก อดทน
เจอปัญหาหนักๆ อย่างน้ำท่วม โลว์คอสต์แอร์ไลน์ ฯลฯ
สิ่งแรกที่ทำก็คือ “อดทน”
อย่าตีโพยตีพาย
คนที่ฝ่าวิกฤตได้ต้องมีคุณสมบัติข้อนี้เป็นลำดับแรก คือ “อดทน”
ข้อที่สอง รอคอย “โอกาส”
อย่าคิดว่าวิกฤตจะดำรงอยู่ตลอดไป
มืดแล้ว ต้องสว่าง
ระหว่างที่อดทนต้องพยายามมองหาโอกาสตลอดเวลา
และทุกครั้งที่เจอวิกฤต เธอจะอดทน และรอคอยโอกาส
สุดท้ายปัญหาก็ผ่านไป
และบางครั้ง “โอกาส” ที่เธอรอคอย พอทำอย่างจริงจัง
“โอกาส” ก็จะกลายเป็นธุรกิจใหม่ หรือแนวทางใหม่ของธุรกิจได้
อย่างเมื่อตอนครั้งน้ำท่วมใหญ่ นครชัยแอร์ยังคงเดินรถไปเรื่อยๆ
อย่าง “อดทน”
สิ่งที่ได้รับก็คือ เธอได้ลูกค้าใหม่ที่เคยขับรถยนต์ส่วนตัว


นักธุรกิจอีกคนหนึ่ง คือ “สมานชัย อธิพันธุ์อำไพ” แห่ง “ลีโอวู๊ด”
บทเรียนที่เขาได้จากวิกฤตปี ๒๕๔๐ มี ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ต้องอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
แย่ก็คือแย่
ดีก็คือดี
อย่าอยู่ในโลกแห่ง “ความหวัง”
เหมือนตอนที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนจากโรงงานไม้อัดและไม้แปรรูป ไปเป็นไม้สำเร็จรูปหรือไม้อุตสาหกรรม
คนที่อยู่ในธุรกิจนี้จะหวังอยู่ตลอดเวลา
หวังว่า และหวังว่า. . .
แต่เขายอมรับความเป็นจริงว่าสู้จีนไม่ได้
“ลีโอวู้ด” จึงเกิดขึ้น
เรื่องที่สอง ต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้
ยอมรับ “ความเปลี่ยนแปลง” ที่เกิดขึ้น
และอยู่กับมันให้ได้
ตีโพยตีพายไปไม่ช่วยอะไร
ยอมรับและปรับตัวกับมันให้ได้จะดีกว่าครับ

ถ้านำ “วิชา” ของ “เครือวัลย์” และ “สมานชัย” มารวมกันก็จะได้คาถา ๔ บท
๑. อดทน
๒. ยอมรับความจริง
๓. อยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้
และ ๔. รอคอยโอกาส


แต่ถ้าใครทุกข์มาก เพราะตอนนี้คิดว่าวิกฤตแล้ว
ผมก็นึกถึงคำพูดของคุณบรรยง พงษ์พานิช
เขาบอกว่าเวลาที่เจอ “วิกฤต” ต้องยึดกฎ ๖ ข้อ
๑. ต้องมีสติ
เพราะสติจะทำให้เราเกิดปัญญา คิดหาทางแก้ปัญหาได้
๒. ต้องรู้ว่า “วิกฤต” คืออะไร
ปัญหาที่เผชิญอยู่นั้น ถ้าเราตีโจทย์เรื่องวิกฤตผิดพลาด เราจะแก้ผิดทันที
อะไรที่จะนำพาเราไปสู่หายนะ ต้องหาให้เจอ
ไม่เช่นนั้นจะแก้ปัญหาผิดทาง
๓. เก็บข้อมูลให้มากที่สุด
เพราะยิ่งมีข้อมูลเยอะ เราจะเห็นทั้งปัญหา และทางแก้ปัญหา
๔. วิเคราะห์ข้อมูล
เราจะแก้วิกฤตได้ แค่ “ข้อมูล” คงไม่เพียงพอ
จะต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ถูกต้องด้วย
๕. ทางเลือก
พอรู้ว่าต้นตอปัญหาคืออะไรก็ต้องคิดหาทางออก
สร้าง “ทางเลือก” เพื่อการตัดสินใจ
และสุดท้าย ข้อ ๖. ตัดสินใจ
ครับ หน้าที่สำคัญของ “ผู้นำ” ที่ดีนั้นคือ “การตัดสินใจ”
แฮ่ม ไม่ใช่ “บ่น”
เพราะบ่นไปเรื่อยๆ ปัญหาก็ยังอยู่ที่เดิม
ต้องตัดสินใจ
และติดตามว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปนั้นได้ผลหรือไม่
ยิ่งวิกฤตเรื่องนี้ยิ่งสำคัญ
คุณบรรยงบอกว่าผู้นำที่ดีต้องตัดสินใจให้ถูก
คือ เลือกแนวทางที่ถูกต้อง
และถูกเวลา
เพราะในยามวิกฤตนั้น “เวลา” สำคัญมาก
ยิ่งวิกฤต ยิ่งต้องคม
ต้องตัดสินใจให้ “คม”
ผมชอบคำนี้ของ “บรรยง”
เพราะการแก้วิกฤตนั้นต้องกระทบกับคนอื่นๆ อีกมากมาย
มีดที่ “คม” จะทำให้คนบาดเจ็บน้อย
ครับ นั่นคือ กฎ ๖ ข้อ ของการแก้วิกฤต
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่เราจะบอกว่าอะไรคือสถานการณ์วิกฤต
และอะไรคือ ปัญหา
“ปัญหาใหญ่” อาจไม่ใช่ “วิกฤต” ก็ได้ครับ
คุณบรรยงสรุปสั้นๆว่า “วิกฤต” นั้นมีองค์ประกอบอยู่ ๓ ข้อ
ข้อแรก เป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันมาก่อน
ข้อที่สอง ไม่พึงประสงค์
และข้อสุดท้าย นำไปสู่หายนะ
ถ้ายังไม่ถึงขั้นนี้ ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
ผมเอาเรื่องนี้มาไว้ตอนจบ เพื่อเป็นการปลอบใจหลายๆคน
เพราะส่วนใหญ่คิดว่าปัญหาที่เผชิญอยู่นี้เป็น “วิกฤต”
แต่พอเอาองค์ประกอบ ๓ ข้อของคุณบรรยงมาวิเคราะห์
อาจพบว่าปัญหาของเราอาจแค่ “ปัญหาใหญ่”
ไม่ใช่ “วิกฤต”


เมื่อเกิดปัญหา
ขอให้เราถอยออกมา ๑ ก้าว
และมองกลับเข้าไป
เราจะเห็นปัญหาในมุมใหม่
ว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร
“สมานชัย อธิพันธุ์อำไพ”
ลีโอวู้ด

 

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

 

บทความโดย 'หนุ่มเมืองจันท์'

 





back


Tag :
  • SMEs
  • kk sme
  • หนุ่มเมืองจันท์