ข่าวและกิจกรรม

ข่าวและกิจกรรม



กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร รุกสินเชื่อรายย่อย-พัฒนาช่องทางใหม่

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร รุกสินเชื่อรายย่อย-พัฒนาช่องทางใหม่

26 มกราคม 2559

(26 มกราคม 2559) “กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร” เผยแผนธุรกิจปี 2559 เดินหน้าตามโมเดลธุรกิจที่เน้น 3 ด้านหลัก คือ การเป็น Credit House ที่มีประสิทธิภาพ, ต่อยอดธุรกิจ Private Banking ที่ภัทรมีประสบการณ์มากว่า 15 ปี และรักษาความเป็นผู้นำในด้าน Investment Banking โดยต่อจากนี้เป็นช่วงของการขยายงาน ขยายธุรกิจ ด้วยช่องทางใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาเครือข่ายสาขาเป็นหลัก ภาพรวมตั้งเป้าสินเชื่อจะขยายได้ราว 15% ซึ่งมาจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ธนาคารมีฐานอยู่แล้ว

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (Mr. Aphinant Klewpatinond, Chief Executive Officer and President) เปิดเผยว่า ปี 2558 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่ดีของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) สะท้อนได้จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้น คุณภาพของสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ตลอดจนความคืบหน้าในกลุ่มธุรกิจฯ ที่ร่วมมือกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ สำหรับแผนธุรกิจในปี 2559 ได้เข้าสู่ระยะที่ 2 คือการขยายธุรกิจตามยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ การเป็น Credit House ที่มีประสิทธิภาพ ถัดมาคือการพัฒนาต่อยอดธุรกิจ Private Banking ที่ภัทรมีประสบการณ์ทางธุรกิจนี้มากว่า 15 ปีและสุดท้ายคือรักษาความเป็นผู้นำในด้าน Investment Banking ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิมของภัทรและเป็นผู้นำในธุรกิจนี้อยู่แล้ว

ปี 2559 เป็นปีที่สำคัญของ KKP ในการขยายธุรกิจและเติบโตในเซ็กเมนต์เดิมที่มีความพร้อม เริ่มจากการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม อาทิ สินเชื่อบรรษัทจากฐานลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ของกลุ่มธุรกิจฯ ตลอดจน Lombard Loan สินเชื่อหมุนเวียนอเนกประสงค์สำหรับลูกค้า Wealth Management ของ บล.ภัทร นอกจากนี้ ในส่วนธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนในการขยายธุรกิจนั้น ได้มีการปฏิรูปการทำงานอย่างบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสาขา (เปิด ปิด ย้ายเข้าห้างสรรพสินค้า) ปรับภาพลักษณ์ ซึ่งปัจจุบันมี 65 สาขา เพียงพอต่อการขยายธุรกิจไปอีก 3-5 ปีข้างหน้า มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้หลากหลาย อาทิ เงินฝากและการลงทุน (KK Smart Invest, KK Smart Bonus, KK Smart Gain) สินเชื่อรายย่อย (Captive Finance กับซูซูกิ) นอกจากนี้ยังได้นำ Alternative Channel มาเป็นตัวเสริมเพื่อช่วยในการขยายตลาดและเข้าถึงลูกค้า (Mobile Booth, Telesales, Direct Sale Agent) เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์บางรายการ ที่อาจไม่เหมาะกับการใช้เครือข่ายสาขาที่มีอยู่ในการขาย ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน โปรแกรม SME ซึ่งธนาคารมีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว

“จากการทำงานอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ KKP มีพื้นฐานและโครงสร้างการทำงานที่แข็งแกร่ง และต่อจากนี้จะเป็นช่วงของการขยายงาน ขยายธุรกิจ โดยใช้ประโยชน์จากการลงทุนทุกประเภทที่ทำไป โดยตั้งเป้าว่าสินเชื่อรวมจะขยายได้ราว 15% จากแผนงานข้างต้นในเรื่องการเติบโตในเซ็กเมนต์เดิมที่เรามีฐานลูกค้า ประกอบกับการจัดตั้งสายงานช่องทางการตลาดและพัฒนาฐานลูกค้า จะช่วยให้การขยายฐานลูกค้าในมิติต่างๆ เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงมีเรื่องภาวะภัยแล้ง ภาวะเศรษฐกิจของประเทศและของโลกที่ยังต้องระวัง และอาจทำให้การอำนวยสินเชื่อไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ จากการประเมินของ บล.ภัทร คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ระดับ 3.2% ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปี 2558”

นายกฤติยา วีรบุรุษ ประธานธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) (Mr. Krittiya Veeraburus, Chairman of Capital Market Business, President of Phatra Capital Public Company Limited and Phatra Securities Public Company Limited) เปิดเผยว่า “ปี 2559 นี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง อาทิ ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก ผลกระทบจากภัยแล้ง และความสำร็จของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล สำหรับแผนการดำเนินงานของธุรกิจตลาดทุนภายใต้ KKP ในปี 2559 นี้ ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์หลัก โดยมี 2 ด้านที่อยู่ในส่วนธุรกิจตลาดทุน ได้แก่การพัฒนาต่อยอดธุรกิจ Private Banking ที่ภัทรมีประสบการณ์ทางธุรกิจนี้มากว่า 15 ปี ดังเช่นเมื่อราวไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา KKP ได้มีการพัฒนาสินเชื่อรูปแบบใหม่ที่ชื่อว่า Lombard Loan หรือสินเชื่อหมุนเวียนอเนกประสงค์ ที่เสนอให้กับกลุ่มลูกค้า Wealth Management ของ บล.ภัทร ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ณ สิ้นปี 2558 มียอดอนุมัติวงเงินไปกว่า 4,000 ล้านบาท และมียอดให้สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1,255 ล้านบาท นอกจากนี้ บล.ภัทร ยังได้มีการปรับโครงสร้างการให้บริการเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า Private Banking ที่จะมีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งพัฒนาระบบงานใหม่ให้เชื่อมต่อกับธนาคาร โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ภายใต้การให้คำแนะนำ (Asset Under Advice : AUA) ปีละ 40,000 ถึง 50,000 ล้านบาท และสุดท้ายคือรักษาความเป็นผู้นำในด้าน Investment Banking ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิมของภัทรและเป็นผู้นำในธุรกิจนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะเน้นการทำธุรกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น (Structured Deal) รวมถึงการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสายตลาดการเงินของธนาคารในการบุกตลาดพันธบัตร ตราสารหนี้ รวมถึงอนุพันธ์อย่างเข้มข้นมากขึ้น”

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2558 เทียบกับปี 2557 นั้น นายชวลิต จินดาวณิค ประธานสายการเงินและงบประมาณ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (Mr. Chavalit Chindavanig, Head of Finance and Budgeting, Kiatnakin Bank Plc.) เปิดเผยว่า “กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มีกำไรสุทธิรวม 3,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 21.3% ในส่วนของรายได้รวมอยู่ที่ 15,901 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 9,449 ล้านบาทหรือคิดเป็น 59% ของรายได้รวม ที่เหลือคือรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 6,453 ล้านบาท (41%) ซึ่งมาจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจตลาดทุน สำหรับธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีเงินให้สินเชื่อรวมจำนวน 177,966 ล้านบาทลดลง 3.6% จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และธนาคารโดยรวมเน้นการเติบแบบระมัดระวัง สำหรับหนี้สินรวม (เงินฝาก หุ้นกู้ ตั๋วบีอี และหนี้สินอื่นๆ) มีจำนวน 197,988 ล้านบาท ลดลง 3.1% ในส่วนของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ (Loan Spread) อยู่ที่ 4.5% ทั้งนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญในการควบคุมและรักษาคุณภาพสินทรัพย์ โดยมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 5.8% สำหรับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ตามเกณฑ์ ธปท.อยู่ที่ 16.54% (เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 จำนวน 14.57%) ส่วนธุรกิจตลาดทุน (บล.ภัทร บล.เคเคเทรด และ บลจ. ภัทร) ประกอบไปด้วย ธุรกิจนายหน้า ธุรกิจวานิชธนกิจ ธุรกิจการลงทุน และธุรกิจจัดการกองทุน โดย บล.ภัทรและบล.เคเคเทรดมีส่วนแบ่งตลาดรวมเท่ากับ 5.5% (เป็นอันดับ 4) ในส่วนของธุรกิจ Private Wealth Management มีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำรวมมูลค่า 310,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปี 2557 โดยมีเงินใหม่สุทธิทั้งสิ้น 37,937 ล้านบาท”










back


Tag :
  • กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง