สารจากคณะกรรมการ

สารจากคณะกรรมการ

สภาวะแวดล้อมโดยรวมของประเทศไทยในปี 2560 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความผันผวนของตลาดเงิน และตลาดทุนทั้งในประเทศและทั่วโลกยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าและค่อยเป็นค่อยไปจากการขยายตัวของภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว การบริโภคและการลงทุนในประเทศเริ่มฟื้นตัวแต่ไม่กระจายไปทั่วทุกภาคส่วน กล่าวคือ บริษัทขนาดใหญ่และลูกค้าบุคคลรายใหญ่มีความสามารถและความต้องการในการกู้ยืมเงินและการลงทุนที่สูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การใช้จ่ายของผู้มีรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อยยังคงซบเซา โดยผู้บริโภครายย่อยและผู้ประกอบการรายย่อยมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ทรงตัว มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) และตลาดเอ็ม เอ ไอ ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 17.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 จาก ณ สิ้นปี 2559 โดยมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันรวมของตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดเอ็ม เอ ไอ ในปี 2560 เท่ากับ 50,114 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.6 จากปี 2559 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นปี 2560 ปิดที่ระดับ 1,753.71 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 จาก ณ สิ้นปี 2559 ที่ปิดที่ระดับ 1,542.94 จุด อย่างไรก็ดี ความผันผวนของตลาด (Market Volatility) ในปี 2560 อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลประกอบการ ของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (“กลุ่มธุรกิจฯ”) ทั้งในด้านบวกและด้านลบแตกต่างกันไปตามแต่ละธุรกิจ

 

การดำเนินการเพื่อปฏิรูปกลุ่มธุรกิจฯ อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่การร่วมกิจการของธนาคาร และบริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) ทั้งในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model) การเพิ่มเติมธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานการทำงานให้สูงขึ้นทุกด้าน รวมถึงการเสริมสร้างและพัฒนาบุคลากร ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจฯ มีความทัดเทียมกับสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ และเป็นผลให้ผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มธุรกิจฯ ในปี 2560 เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง กล่าวคือ กลุ่มธุรกิจฯ มีกำไรสุทธิและกำไรเบ็ดเสร็จรวมเท่ากับ 5,766.1 ล้านบาท และ 6,141.1 ล้านบาทตามลำดับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 และร้อยละ 5.7 จากกำไรสุทธิและกำไรเบ็ดเสร็จรวมในปี 2559 ตามลำดับ โดยกลุ่มธุรกิจฯ มีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ถัวเฉลี่ย (Return on Average Asset) เท่ากับร้อยละ 2.5 และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นถัวเฉลี่ย (Return on Average Equity) เท่ากับร้อยละ 15.0 ซึ่งสูงเกือบที่สุดในอุตสาหกรรม

 

สำหรับธุรกิจธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อโดยรวมของธนาคารในปี 2560 ขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่ร้อยละ 9.3 หลังจากที่หดตัวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากสินเชื่อเกือบทุกประเภทของธนาคารขยายตัว โดยสินเชื่อบรรษัทเติบโตร้อยละ 129.7 สินเชื่อธุรกิจเติบโตร้อยละ 7.1 และสินเชื่อรายย่อยซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อ Micro SMEs เติบโตร้อยละ 1.8 โดยมีเพียงสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ยังคงหดตัวร้อยละ 8.1 เมื่อเปรียบเทียบกับ ณ สิ้นปี 2559 ในด้านคุณภาพสินเชื่อ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อโดยรวมของธนาคาร ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ร้อยละ 5.0 ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 5.6 ณ สิ้นปี 2559

 

สำหรับธุรกิจตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร  จำกัด (มหาชน) (“บล.ภัทร”) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ มีส่วนแบ่งการตลาดในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในปี 2560 เท่ากับร้อยละ 4.7 เป็นอันดับที่ 5 จากบริษัทหลักทรัพย์ทั้งหมด 38 แห่ง มีสินทรัพย์ของลูกค้าบุคคลรายใหญ่ภายใต้การให้คำแนะนำลงทุน ณ สิ้นปี 2560 มูลค่าประมาณ 447,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณ 379,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 บล.ภัทรได้รับเลือกให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเข้าซื้อและ/หรือควบรวมกิจการขนาดใหญ่การปรับโครงสร้างทางการเงินและการออกเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ในปี 2560 จำนวน 5 รายการ รวมมูลค่ารายการทั้งสิ้นกว่า 200,000 ล้านบาท ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ในการเสนอขายหุ้นสามัญแบบข้ามคืน (Overnight Placement) ให้แก่ผู้ถือหุ้นในวงจำกัดจำนวน 5 รายการ มูลค่ารายการรวมทั้งสิ้น 7,352 ล้านบาท อีกทั้งยังได้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ตลอดทั้งปี 2560 จำนวน 15 รายการ

 

มูลค่ารายการรวมทั้งสิ้น 83,340 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด ซึ่งประกอบ ธุรกิจจัดการกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลมีผลการดำเนินงานที่ดีมากในปี 2560 โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.1 จากรายได้ในปี 2559 และมีสินทรัพย์ของกองทุนภายใต้การบริหารจัดการรวมมูลค่าประมาณ 88,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.6 จากปี 2559

 

นอกจากผลการดำเนินงานในเชิงตัวเลขข้างต้น ในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจฯ มีพัฒนาการที่สำคัญหลายด้านเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับลูกค้าบุคคลรายใหญ่ที่มีความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือเพิ่มสภาพคล่อง (Portfolio for Property Financing) บริการลงทุนต่างประเทศภายใต้ชื่อ Global Investment Service หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured Product) ต่างๆ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เคเค ภัทร สมาร์ท เซทเทิลเมนท์ (KK Phatra Smart Settlement) เพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์และ/หรือทำธุรกรรมกับ บล.ภัทร ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทยูนิตลิงค์ภายใต้ชื่อเคเคเจน โพรเทค ลิงค์ (KKGEN Protect Link) และเคเคเจน อินเวสท์ ลิงค์ (KKGEN Invest Link) และการพัฒนาช่องทางการให้บริการเพื่อตอบรับนโยบาย National e-Payment เป็นต้น

 

ด้านการบริหารความเสี่ยง ในปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจฯ มีการเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้นหลายประการ เช่น การใช้ Bureau Score กับผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้ว การประยุกต์ใช้เครื่องมือ Balance@Risk ในกระบวนการเร่งรัดหนี้สิน การพัฒนา Product Programs, Early Indicators และ Account Management เพื่อปรับปรุงคุณภาพการจัดการพอร์ตสินเชื่อ การพัฒนาเครื่องมือเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านตลาด แบบรายวันและการพัฒนาระบบ Single Lending Limit ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจฯ ยังได้มีการเตรียมความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจฯ เช่น Single Stock Futures และการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ และได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับหลักเกณฑ์ที่จะใช้ในอนาคต อาทิ มาตรฐานรายงานการเงินฉบับใหม่ (IFRS 9) และการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องตามเกณฑ์ Basel III

 

ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารมุ่งเน้นการพัฒนาระบบงานเพื่อขยายการให้บริการและเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้บริการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 ธนาคารได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Infrastructure) และพัฒนาระบบ Core Banking เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซึ่งการดำเนินการต่างๆ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารส่งผลให้ธนาคารได้รับรางวัลเกียรติยศ 2 รางวัลในปี 2560 ได้แก่ รางวัลองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในเอเซียด้าน ความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ CISO of the Year Award และรางวัลสำหรับองค์กรที่มี การทำซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันที่ดีที่สุดและทำให้ธุรกรรมออนไลน์มีความมั่นคงปลอดภัยในระดับสูงหรือ Best Application Security Award จาก Network World Asia CISO Awards 2017

 

ด้านการกำกับดูแลกิจการ กลุ่มธุรกิจฯ มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของกลุ่มธุรกิจฯ สามารถเทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากลมากขึ้น โดยคณะกรรมการธนาคารได้มีการทบทวนหลักการกำกับดูแลกิจการของธนาคารเป็นประจำทุกปี และในระหว่างปี 2560 คณะกรรมการธนาคารได้รับทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (Corporate Governance Code for Listed Companies 2017/ CG Code) ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อพิจารณาอนุมัติการนำหลักปฏิบัติของ CG Code มาปรับใช้กับบริบทของกลุ่มธุรกิจฯ ในการกำกับดูแลกิจการเพื่อให้เกิดผลประกอบการที่ดีในระยะยาวและสร้างคุณค่าให้แก่กลุ่มธุรกิจฯ อย่างยั่งยืน อีกทั้งธนาคารได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยในการปรับปรุงจรรยาบรรณของธนาคารพาณิชย์ให้เท่าทันกับความคาดหวังของสังคม สร้างมาตรฐานในการประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ และยกระดับความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในเรื่องการได้รับบริการที่มีความยุติธรรม ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง ซึ่งความมุ่งมั่นและความพยายามในการยกระดับการกำกับดูแลกิจการนี้ส่งผลให้ธนาคารได้รับรางวัลและการประเมินผลการกำกับดูแลกิจการในระดับที่ดีเยี่ยมหลายรางวัล ซึ่งรวมถึงผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (ได้รับตราสัญลักษณ์ 5 ดวง) จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2560

 

ในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน กลุ่มธุรกิจฯ มีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบโดยยึดถือปฏิบัติตามนโยบายเรื่องจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของกลุ่มธุรกิจฯ รวมทั้งระเบียบข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เป็นผลให้ธนาคารและบริษัทในกลุ่มธุรกิจฯ ได้รับการรับรอง การต่ออายุสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตในปี 2560

 

นอกจากนี้ ธนาคารยังตระหนักในความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมจึงได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามนโยบายแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารอย่างเคร่งครัดเป็นผลให้หุ้นของธนาคารได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ“หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2560 หรือ Thailand Sustainability Investment 2017 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และเป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคัดเลือกจากหน่วยงานอีเอสจี เรตติ้ง ของสถาบันไทยพัฒน์ ให้อยู่ในรายชื่อ ESG 100 ประจำปี 2560 ด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในทั้งสองรายชื่อดังกล่าวต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3

 

สำหรับปี 2561 ปัจจัยต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและการค้าโลก เศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การส่งออก ราคาพืชผลทางการเกษตร ภาระหนี้ครัวเรือน ปัญหาสินเชื่อ ด้อยคุณภาพ ภาวะเงินเฟ้อ การลงทุนภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเทคโนโลยีทางการเงินที่เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ยังคงเป็นปัจจัยที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจ กลุ่มธุรกิจฯ จะดำเนินธุรกิจ ด้วยความระมัดระวังภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบัน การเงินที่สร้างความสำเร็จให้กับลูกค้าทั้งด้านการทำธุรกิจและการบริหารจัดการการลงทุน มุ่งเน้นที่จะขยายการดำเนินงานในธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีมีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพในการแข่งขันเพื่อรักษาผลการดำเนินงานที่ดีและเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี นวัตกรรม และ องค์ความรู้ต่างๆ และพยายามปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจฯ จะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงการกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงในด้านต่างๆ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อกลุ่มธุรกิจฯ

 

ทั้งนี้ การดำเนินงานและพัฒนาการต่างๆ ข้างต้น เกิดจากการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ผู้มีอุปการคุณ พันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มธุรกิจฯ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ในโอกาสนี้ คณะกรรมการธนาคารขอขอบพระคุณและอำนวยพรให้ทุกท่านประสบความสุขความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตครอบครัวตลอดไป

นายสุพล วัธนเวคิน                  นายบรรยง  พงษ์พานิช

ประธานกรรมการ                     ประธานกรรมการบริหาร